Category Archives: ความรู้

สะดวกสบายเมื่อใช้กล้องวงจรปิด

By   กุมภาพันธ์ 4, 2017

สวัสดีคนรักความปลอดภัยจากการใช้กล้องวงจรปิดทุกท่านครับ ไม่ทราบว่าทุกท่านเชื่อไหมครับว่ากล้องวงจรปิดนั้นมีส่วนช่วยให้ชีวิตประจำวันของเรามีความสุขและความสะดวกสบายไม่น้อยทีเดียวผิดกับสมัยก่อนในสมัยที่ยังไม่มีกล้องวงจรปิดหรือยุคที่กล้องวงจรปิดยังไม่ได้รับความนิยมแพร่หลายเป็นอย่างมาก

แน่นอนครับว่าคนที่ไม่เคยมีโอกาสใช้กล้องวงจรปิดหรือยังไม่เห็นความจำเป็นของกล้องวงจรปิดอาจจะมองไม่เห็นความสะดวกสบายจากการใช้กล้องวงจรปิดผิดกับผู้ที่ได้มีโอกาสใช้กล้องวงจรปิดมาแล้วหรือกำลังใช้กล้องวงจรปิดอยู่จะรู้ได้ทันทีเลยว่ามันนั้นช่วยสร้างความสะดวกสบายให้กับชีวิตของเราได้ไม่น้อยเลยทีเดียวแต่ช่วยให้สะดวกสบายอย่างไรบ้างนั้นเราไปอ่านพร้อมๆ กันเลยครับ

กล้องวงจรปิด-samsung

สะดวกสบายเมื่อใช้กล้องวงจรปิด

ความสะดวกสบายประการแรกที่เราได้รับแน่ๆ จากการใช้กล้องวงจรปิดก็คือความสะดวกสบายในเรื่องของการเดินทางไปสถานที่นอกบ้านด้วยความสบายใจและไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับบ้านของเราบ้างเพราะเนื่องจากว่ากล้องวงจรปิดยุคใหม่สมัยนั้นมีระบบควบคุมระยะไกลที่ไม่ใช่แค่ไกลแบบธรรมดาๆ ที่มีข้อจำกัดแต่เป็นแบบไกลแบบไร้ขอบเขตเพราะใช้คลื่นสัญญาณผ่านอินเตอร์เน็ตดังนั้นเราจึงสามารถรีโมทดูภาพของเราจากกล้องวงจรปิดได้ทุกที่ ทุกเวลาตามที่ใจเราต้องการโดยที่ไม่ต้องมานั่งพะวงว่าบ้านตอนนี้จะเป็นอย่างไรแถมหากเจอเหตุที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นก็ยังสามารถใช้ปุ่มฉุกเฉินที่เป็นฟังค์ชั่นในกล้องวงจรปิดบางรุ่นเรียกตำรวจให้มาดูแลหรือตรวจสอบได้ทันท่วงทีอีกด้วยครับ

ความสะดวกสบายเรื่องต่อมาก็คือเรื่องของค่าใช้จ่ายเพราะหากเปรียบเทียบกันกับการจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยมาแล้วการลงทุนกับกล้องวงจรปิดนั้นเป็นการจ่ายเงินเพียงครั้งเดียวแล้วจบกันเลยครับไม่จำเป็นต้องคอยมาเตรียมเงินเพื่อจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานทุกเดือน แถมยังไม่ต้องคอยมานั่งถามกันทุกวันว่าเหตุการณ์เมื่อวานหรือเมื่อคืนเป็นอย่างไรบ้างเพราะส่วนใหญ่แล้วคำตอบที่เราได้รับจากพนักงานเหล่านี้ก็มักจะเป็น “เรียบร้อยดี” หรือไม่ก็ “ไม่มีปัญหา” แทบทั้งนั้นโดยที่เราเองไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็นอย่างที่พนักงานพูดหรือไม่เพราะเพียงแค่เราเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเอาไว้ก็จะทำให้เรารู้ได้ทันทีว่าช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นมีเหตุอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ทั้งสองเรื่องที่ยกมานี้เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของความสะดวกสบายจากการติดตั้งกล้องวงจรปิดเท่านั้นเองครับดังนั้นหากใครยังลังเลใจอยู่ว่าจะติดตั้งกล้องวงจรปิดดีหรือไผมแนะนำให้ติดครับรับรองได้ว่าชีวิตพวกคุณดีขึ้นอย่างแน่นอน

พื้นที่การวิจัยโดยแบ่งตามวิธีการในการเก็บรวบรวมข้อมูล

By   ตุลาคม 2, 2016

พื้นที่การวิจัยโดยแบ่งตามวิธีการในการเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. เก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยจากเอกสาร คือการวิจัยที่อาศัยหลักฐานจากเอกสาร หนังสือพิมพ์ เป็นหลักหรือเป็นการค้นคว้าในห้องสมุด หรือค้นคว้าจากผลงานของผู้อื่นที่เคยทำมาแล้วในอดีตแล้วจากความคิดเห็นของผู้อื่น เช่น นักวิชาการ นักวิจัย เป็นต้น
  2. การวิจัยโดยการสังเกต คือการวิจัยที่เราไปเฝ้าสังเกตดู โดยอาจไม่บอกให้บุคคลหรือชุมชนที่เรากำลังเฝ้าสังเกตรู้การวิจัยแบบนี้จึงเป็นการรวบรวมข้อมูลอย่างมีระบบ โดยใช้สายตาสังเกตปรากฏการณ์ในขณะที่เกิด ทำให้เราสามารถบันทึกเหตุการณ์หรือพฤติกรรมในขณะที่เกิดขึ้นได้
  3. การวิจัยโดยการสำมะโน คือการวิจัยที่เก็บข้อมูลจากประชากรทั้งหมดซึ่งแตกต่างไปจากการสำรวจ เพราะการสํามะโนเราจะถามประชากรทั้งหมด เช่น การสำมะโนประชากรของประเทศไทย การสำมะโนการเกษตร เป็นต้น
  4. การวิจัยแบบศึกษาสำรวจต่อเนื่อง คือการศึกษาวิจัยประชากรหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งถึงการเปลี่ยนแปลงตามระยะเวลาที่เปลี่ยนไป โดยการสำรวจประชากรหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ถูกเลือกเป็นตัวอย่างเป็นระยะระยะไป การสำรวจวิจัยแบบนี้ใช้ระยะเวลายาวนานมาก และยากแก่การติดตามบุคคลที่เรานำมาใช้เป็นตัวอย่างสำหรับการศึกษาวิจัย
  5. การวิจัยศึกษาเฉพาะกรณี คือการศึกษาประชากรหรือกลุ่มตัวอย่างในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยอาจจะศึกษาเฉพาะระยะเวลาหนึ่งหรือตลอดช่วงชีวิตของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล วัตถุประสงค์ของการวิจัยแบบนี้จึงเป็นไปเพื่อการอธิบายหน่วยที่ศึกษามากกว่าที่จะทดสอบแบบสมมุติฐาน เพราะเป็นการศึกษาอย่างละเอียดเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงต่างๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบันที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือสัมพันธ์กับชีวิตและพฤติกรรมของเรื่องหรือบุคคลที่เราทำการศึกษา
  6. การวิจัยแบบสำรวจ คือการศึกษาวิจัยสภาพสังคมโดยการสุ่มตัวอย่างของประชากรในกลุ่ม ไม่ใช้ศึกษาประชากรทั้งหมด โดยถือว่าตัวอย่างที่ได้มาเป็นตัวแทนที่แท้จริงของประชากร คือการสุ่มตัวอย่างด้วยวิธี random  โดยให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสที่จะถูกเลือกเข้ามาเป็นตัวอย่างเท่าเท่ากัน วิจัยแบบสำรวจนี้เป็นวิธีที่ประหยัดเวลา กำลังเงินและคน และได้ผลแม่นยำเชื่อถือได้พอสมควร สิ่งสำคัญก็คือจะต้องให้ได้จำนวนตัวอย่างมากพอสมควร เพราะถ้าน้อยเกินไปก็อาจไม่แม่นยำ อย่างไรก็ตาม หากมากเกินไปก็อาจจะกลายเป็นสำมะโนไป
  7. การวิจัยแบบทดลอง คือการศึกษาวิจัยที่ผู้ศึกษาวิจัยเข้าควบคุมโดยตรงต่อตัวแปรอิสระอย่างน้อย 1 ตัว แล้วทำการสังเกตตัวแปรตาม หรือการผันแปรอันเนื่องมาจากการควบคุมตัวแปรอิสระ การวิจัยแบบทดลองนี้จะมีการจัดกลุ่มเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยมีการทดสอบกลุ่มทั้งสองก่อนที่จะนำองค์ประกอบมาทดลอง

ประโยชน์ของการวิจัย

By   กันยายน 23, 2016

ประโยชน์ของการวิจัย

การวิจัยย่อมมีประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าและปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก ผลของการวิจัยย่อมมีทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติซึ่งนับว่ามีคุณประโยชน์อย่างยิ่ง ดังนี้คือ

  1. การวิจัยส่งเสริมความรู้และวิทยาการช่วยทำให้เกิดความรู้ใหม่ๆ นับว่าเป็นการเพิ่มภูมิวิทยาการให้กว้างขวางก้าวหน้ายิ่งขึ้นช่วยให้ได้รับความรู้ในสิ่งที่เรายังไม่รู้ และสิ่งใดที่รู้อยู่แล้วก็ทำให้รู้และเข้าใจดียิ่งขึ้น แล้วนำเอาความรู้เหล่านั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อไป
  2. ช่วยในการแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างถูกต้องและยุติธรรม ในสังคมเหลี่ยมมีปัญหาต่างๆนานับประการ การวิจัยช่วยให้เราทราบว่า สาเหตุปัญหาเหล่านั้นคืออะไร มีวิธีการแก้ไขอย่างไร เพื่อนำมาใช้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
  3. ช่วยในการกำหนดนโยบายและวางแผนได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ประหยัด ในการกำหนดนโยบายขององค์การหน่วยงานต่างๆนั้น ย่อมจำเป็นที่จะต้องอาศัยข้อเสนอแนะต่างๆที่ได้จากการวิจัยเพื่อสามารถกำหนดเป็นนโยบายที่เหมาะสมและยึดถือปฏิบัติได้
  4. ช่วยให้ฝ่ายบริหารและนักปฏิบัติการสามารถติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของตนให้ได้ผลดียิ่งขึ้น
  5. สามารถอาศัยความรู้ที่วิจัยได้ไปใช้ในการปฏิบัติโดยทั่วไป ถ้ารู้จักใช้อย่างเหมาะสม นอกจากนั้นวิธีการวิจัยนี้ ไปใช้ในการวิเคราะห์ปัญหา และวินิจฉัยสั่งงานตามปกติโดยทั่วไปได้ด้วย
  6. ช่วยให้ทราบถึงข้อบกพร่องจุดอ่อน และแนวทางการแก้ไขในงานต่างๆที่ทำการวิจัยนั้น

ประโยชน์ของการวิจัย

ขั้นตอนที่สำคัญของการวิจัย

การวิจัยเป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นจะต้องมีการวางแผนขั้นตอนและกระบวนการในการดำเนินงานอย่างถูกวิธีและรัดกุม ซึ่งแต่ละขั้นตอนจะต้องมีวิธีการปฏิบัติในรายละเอียด และมีความรู้เรื่องนั้นๆเป็นอย่างดี โดยทั่วไปขั้นตอนที่สำคัญในการดำเนินการวิจัยมีดังนี้

  1. เลือกหัวข้อที่จะทำการวิจัย การเลือกหัวข้อวิจัยอาจเกิดจาก ความอยากรู้ อยากศึกษา ความนึกคิด การฟัง การอ่าน การสนทนา หรือการสังเกตในสภาพแวดล้อมทั่วทั่วไป อย่างไรก็ตาม หัวข้อที่จะทำการวิจัยควรจะต้องมีประโยชน์และอยู่ในความสามารถของผู้วิจัยที่จะดำเนินการได้
  2. กำหนดประเด็นหรือมีการกำหนดปัญหาในการวิจัย เมื่อผ่านงานขั้นแรกมาแล้วงานขั้นต่อไปก็คือ การกำหนดประเด็นปัญหาที่เราจะทำการวิจัย ซึ่งนับว่าเป็นงานที่มีความสำคัญยิ่งในกระบวนการวิจัย เพราะจะช่วยให้เราสามารถมองเห็นปัญหาและกำหนดปัญหาในการวิจัยได้เด่นชัดและถูกต้องแน่นอนยิ่งขึ้น
  3. การตั้งสมมติฐาน เป็นงานขั้นต่อมาซึ่งจะต้องอาศัยความรู้ความสนใจ ประสบการณ์ของเราในการตั้งสมมติฐานขึ้นซึ่งสมมติฐานนี้อาจจะเป็นจริงตามที่เราตั้งไว้หรืออาจไม่จริงเหมือนที่เราตั้งก็ได้ เพราะเป็นเพียงข้อสมมติฐานที่เราคาดหวังเอาไว้หรือเป็นเพียงข้อเสนอเงื่อนไขหรือหลักการที่เราสมมติขึ้น เพื่อหาความสัมพันธ์ที่เป็นเหตุผลกัน เพื่อทดสอบกับข้อเท็จจริง
  4. การออกแบบวิจัย ขั้นตอนนี้คือการวางแผนว่าเราจะดำเนินงานการวิจัยอย่างไร มีขั้นตอนอย่างไร จัดเก็บข้อมูลด้วยลักษณะวิธีไหน วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลมีอย่างไร รวมทั้งจำนวนบุคลากร งบประมาณและระยะเวลาในการดำเนินการวิจัย
  5. การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นขั้นตอนที่ทำให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เป็นจริงและเชื่อถือได้ การเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย การคัดเลือก เทคนิคการรวบรวมข้อมูล ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลอาจทำได้หลายวิธี เช่น เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามการสัมภาษณ์การสังเกตเป็นต้น
  6. การวิเคราะห์และตีความข้อมูล หมายถึงขั้นที่นำข้อมูลดิบที่รวบรวมมาทำการวิเคราะห์แยกประเภทข้อมูล การลงรหัส การทำตารางแจกแจง การวิเคราะห์ในเชิงสถิติ การอนุมานความสัมพันธ์เป็นเหตุเป็นผลกัน
  7. การนำเสนอรายงานผลการวิจัย เป็นงานครั้งสุดท้ายที่เราจะต้องเสนอรายงานการวิจัยไปตามความเป็นจริง และตามข้อมูลที่ได้รับและวิเคราะห์ตีความหมายออกมาอย่างปราศจากอคติ พร้อมทั้งสรุปผลการวิจัยว่าได้ค้นพบอะไรบ้าง รวมทั้งข้อเสนอแนะที่ได้มาจากการวิจัย การเสนอผลรายงานการวิจัยนี้ อาจทำได้โดยการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร และจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม เพื่อเผยแพร่แก่ส่วนรวมและผู้สนใจทั่วไป