By   เมษายน 1, 2017

สาระน่ารู้เกี่ยวกับโรคของข้อ

โรคข้ออักเสบและรูมาติสซั่มนี้เป็นโรคกลุ่มที่พบได้บ่อยมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง เกิดได้กับชนทุกชาติทุกศาสนาทุกวัยและทุกชั้นวรรณะ เมื่อเกิดขึ้นกับผู้ใดแล้วถ้าเป็นมากผู้นั้นจะเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานเจ็บปวด ไม่สามารถจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งบางครั้งแม้แต่จะช่วยเหลือตัวเองก็ยังทำไม่ได้ โรคข้ออักเสบโดยมากมักจะไม่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตทันที แต่บางครั้งอาจจะทำให้มีสภาพเหมือนตายทั้งเป็น

รูปในกลุ่มของโรคข้ออักเสบและรูมาติสซั่มนั้นมักจะมีอาการคล้ายกันคือ เจ็บ ปวด บวมตามข้อ อาจจะปวดกล้ามเนื้อเอ็นกระดูก ทำให้ทำงานไม่ได้เป็นปกติ

โรคข้ออักเสบ

โรคในกลุ่มนี้มีมากมายหลายชนิด ชนิดที่พบได้บ่อยๆ ได้แก่ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเก๊าท์ โรคข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบซอไรซีส โรคข้อสันหลังอักเสบ โรคกล้ามเนื้ออักเสบ โรคเอ็นอักเสบ และโรคข้ออักเสบชนิดอื่นอีกมากมาย เพราะเหตุว่าอาการของโรคข้ออักเสบเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นอะไร ผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนเหมือนกัน ตัวผู้ป่วยเองไม่สามารถเจาะวินิจฉัยโรคให้ถูกต้องได้ จำเป็นต้องเป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้ชำนาญทำการรักษาจะต้องซักประวัติผู้ป่วยและตรวจร่างกายอย่างละเอียด รวมทั้งบางครั้งต้องมีการใช้การตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการและการใช้ดูภาพถ่ายรังสีเพื่อช่วยในการวินิจฉัยให้ถูกต้องแม่นยำ เพื่อจะทำให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและได้ผลดีที่สุด เพราะโรคข้ออักเสบแต่ละชนิดมีลักษณะการพยากรณ์โรคติดกัน การตอบสนองต่อยาต่างชนิดกันก็ผิดกันด้วย

การวางแผนการรักษาตามขั้นตอน การใช้ยา การใช้กายภาพบำบัด รวมทั้งอาจจะมีการผ่าตัดร่วมด้วยก็ผิดกัน ถึงแม้โรคในกลุ่มข้ออักเสบและรูมาติสซั่มนี้จะมีอาการเรื้อรัง แต่โรคเหล่านี้ถ้าได้รับการรักษาที่ถูก ก็สุขสงบลงได้ แพทย์จะเป็นผู้เลือกใช้ยาตามความเหมาะสม ซึ่งโรคข้ออักเสบบางชนิดถ้าได้รับการรักษาบางครั้งจะไม่มีอาการเลย

แต่โรคข้ออักเสบบางชนิดแพทย์ก็จะไม่สามารถลดการอักเสบและการเจ็บปวดลงได้ 100% ผู้ป่วยยังคงมีอาการเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่ก็น้อยลงมาก จะทำให้ชะลอความพิการของข้อได้มาก ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้ออักเสบนี้ถ้าตั้งใจร่วมมือกับแพทย์ในการรักษาอย่างจริงจัง ผู้ป่วยส่วนมากจะสามารถประกอบกิจทำงานได้ตามปกติ เป็นกำลังของครอบครัว และชาติบ้านเมือง แต่ถ้าผู้ป่วยมีเจตคติไม่ดีไม่รู้ถึงผลดีของการให้ความร่วมมือรักษา ไม่ให้ความสนใจในการแสวงหา หรือเข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง จะทำให้การอักเสบของข้อดำเนินต่อไปอย่างเต็มที่ เกิดการทำลายข้อมากขึ้น ข้อจะเปลี่ยนรูปร่าง ไม่มีความสะดวกในการเคลื่อนไหว และอาจจะสายเกินแก้ได้

การรักษาโรคข้ออักเสบนั้น บางครั้งถ้าผู้ป่วยเป็นมากการรักษาจำเป็นต้องทำเป็นทีม ซึ่งรวมทั้งอายุรแพทย์รูมาติก แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกายภาพบำบัด และศัลยแพทย์กระดูก การให้การรักษาโรคข้ออักเสบนั้นสิ่งที่สำคัญ คือการใช้ยาที่ถูกต้อง ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว ให้คำแนะนำในการบริหารร่างกาย ให้ทำกายภาพบำบัดที่เหมาะสม บางครั้งอาจต้องใช้การผ่าตัดร่วมด้วย สำหรับการใช้ยาที่ถูกต้องนั้นแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยจะเป็นผู้เลือกใช้ ซึ่งจะพิจารณาจากหลายปัจจัยคือชนิดของโรค ความรุนแรงของโรค ลักษณะอย่างอื่นของโรค อาการแทรกซ้อนของโรค ประวัติการแพ้ยาลักษณะทั่วไปของผู้ป่วยเอง รวมทั้งการทำงานของอวัยวะภายใน หรือแม้แต่ละอื่นๆ ที่ผู้ป่วยเป็นร่วมกับโรคข้ออักเสบเงินนั้นด้วยเป็นต้น

ยาก็แบ่งเป็นชนิดใหญ่ๆได้ 2 ประเภท คือ ยาต้านการอักเสบ และยากดการดำเนินของโรค แพทย์อาจจะใช้ยามากกว่า 1 ประเภทผสมกันตามความเหมาะสม การติดตามผลการรักษาโดยดูการตอบสนองของการอักเสบของข้อ และต้องมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงแผนการรักษาให้เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

สำหรับยาต้านการอักเสบที่ใช้รักษาโรคข้ออักเสบและรูมาติสซั่มนั้นมีอยู่มากมายในตลาดประเทศไทย ผู้ป่วยสามารถซื้อหามารับประทานเองได้ ซึ่งอาจจะเกิดโทษได้อย่างมหันต์ ถ้าหากว่าการรักษาหรือรับประทานยานั้นเป็นไปโดยวิจารณญาณของผู้ป่วยเอง ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์ ยาต้านการอักเสบพวกนี้มีคุณสมบัติคล้ายกัน คือ ลดการอักเสบ ลดความเจ็บปวด และลดไข้ ซึ่งมีอยู่มากมายหลายชนิด และยาจำพวกนี้มักจะมีอาการข้างเคียงคล้ายกัน จะต่างกันบ้างก็แล้วแต่ลักษณะเฉพาะตัว

อาการข้างเคียงที่พบบ่อยมาก คือ อาการทางกระเพราะอาหาร ยาพวกนี้มักจะกัดเยื่อบุผิวกระเพาะอาหารอาจจะมีอาการปวดท้องและเลือดออกได้ อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยก็ยังมี บวม ผื่น คัน อาการทางสมองและนอกจากนั้นยังอาจทำให้ผู้ป่วยซึ่งไตไม่ดีอยู่แล้ว มีสมรรถภาพการทำงานของไตเสื่อมลงได้เป็นต้น

ยาชนิดที่เป็นสเตลอยก็มีขายตามท้องตลาดทั่วไป ยาประเภทนี้เมื่อผู้ป่วยรับประทานแล้วจะลดการอักเสบได้เฉียบพลัน ผู้ป่วยจะรู้สึกสบายขึ้นแต่ยาชนิดนี้ถ้าใช้ไม่ถูกต้องใช้ไปนานๆ จะให้โทษมากกว่าประโยชน์ผู้ป่วย อาจจะมีหน้ากากผิวหนังบางลง กระดูกพรุน ภูมิคุ้มกันโรคต่ำติดเชื้อโรคได้ง่าย ดังนั้นจะเห็นว่าการใช้ยาเป็นเสมือนดาบสองคม ควรจะมอบหน้าที่เหล่านี้ให้กับแพทย์ผู้ที่ทันวางใจในการรักษาให้กับท่าน