By   กันยายน 23, 2016

ประโยชน์ของการวิจัย

การวิจัยย่อมมีประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าและปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก ผลของการวิจัยย่อมมีทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติซึ่งนับว่ามีคุณประโยชน์อย่างยิ่ง ดังนี้คือ

  1. การวิจัยส่งเสริมความรู้และวิทยาการช่วยทำให้เกิดความรู้ใหม่ๆ นับว่าเป็นการเพิ่มภูมิวิทยาการให้กว้างขวางก้าวหน้ายิ่งขึ้นช่วยให้ได้รับความรู้ในสิ่งที่เรายังไม่รู้ และสิ่งใดที่รู้อยู่แล้วก็ทำให้รู้และเข้าใจดียิ่งขึ้น แล้วนำเอาความรู้เหล่านั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อไป
  2. ช่วยในการแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างถูกต้องและยุติธรรม ในสังคมเหลี่ยมมีปัญหาต่างๆนานับประการ การวิจัยช่วยให้เราทราบว่า สาเหตุปัญหาเหล่านั้นคืออะไร มีวิธีการแก้ไขอย่างไร เพื่อนำมาใช้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
  3. ช่วยในการกำหนดนโยบายและวางแผนได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ประหยัด ในการกำหนดนโยบายขององค์การหน่วยงานต่างๆนั้น ย่อมจำเป็นที่จะต้องอาศัยข้อเสนอแนะต่างๆที่ได้จากการวิจัยเพื่อสามารถกำหนดเป็นนโยบายที่เหมาะสมและยึดถือปฏิบัติได้
  4. ช่วยให้ฝ่ายบริหารและนักปฏิบัติการสามารถติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของตนให้ได้ผลดียิ่งขึ้น
  5. สามารถอาศัยความรู้ที่วิจัยได้ไปใช้ในการปฏิบัติโดยทั่วไป ถ้ารู้จักใช้อย่างเหมาะสม นอกจากนั้นวิธีการวิจัยนี้ ไปใช้ในการวิเคราะห์ปัญหา และวินิจฉัยสั่งงานตามปกติโดยทั่วไปได้ด้วย
  6. ช่วยให้ทราบถึงข้อบกพร่องจุดอ่อน และแนวทางการแก้ไขในงานต่างๆที่ทำการวิจัยนั้น

ประโยชน์ของการวิจัย

ขั้นตอนที่สำคัญของการวิจัย

การวิจัยเป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นจะต้องมีการวางแผนขั้นตอนและกระบวนการในการดำเนินงานอย่างถูกวิธีและรัดกุม ซึ่งแต่ละขั้นตอนจะต้องมีวิธีการปฏิบัติในรายละเอียด และมีความรู้เรื่องนั้นๆเป็นอย่างดี โดยทั่วไปขั้นตอนที่สำคัญในการดำเนินการวิจัยมีดังนี้

  1. เลือกหัวข้อที่จะทำการวิจัย การเลือกหัวข้อวิจัยอาจเกิดจาก ความอยากรู้ อยากศึกษา ความนึกคิด การฟัง การอ่าน การสนทนา หรือการสังเกตในสภาพแวดล้อมทั่วทั่วไป อย่างไรก็ตาม หัวข้อที่จะทำการวิจัยควรจะต้องมีประโยชน์และอยู่ในความสามารถของผู้วิจัยที่จะดำเนินการได้
  2. กำหนดประเด็นหรือมีการกำหนดปัญหาในการวิจัย เมื่อผ่านงานขั้นแรกมาแล้วงานขั้นต่อไปก็คือ การกำหนดประเด็นปัญหาที่เราจะทำการวิจัย ซึ่งนับว่าเป็นงานที่มีความสำคัญยิ่งในกระบวนการวิจัย เพราะจะช่วยให้เราสามารถมองเห็นปัญหาและกำหนดปัญหาในการวิจัยได้เด่นชัดและถูกต้องแน่นอนยิ่งขึ้น
  3. การตั้งสมมติฐาน เป็นงานขั้นต่อมาซึ่งจะต้องอาศัยความรู้ความสนใจ ประสบการณ์ของเราในการตั้งสมมติฐานขึ้นซึ่งสมมติฐานนี้อาจจะเป็นจริงตามที่เราตั้งไว้หรืออาจไม่จริงเหมือนที่เราตั้งก็ได้ เพราะเป็นเพียงข้อสมมติฐานที่เราคาดหวังเอาไว้หรือเป็นเพียงข้อเสนอเงื่อนไขหรือหลักการที่เราสมมติขึ้น เพื่อหาความสัมพันธ์ที่เป็นเหตุผลกัน เพื่อทดสอบกับข้อเท็จจริง
  4. การออกแบบวิจัย ขั้นตอนนี้คือการวางแผนว่าเราจะดำเนินงานการวิจัยอย่างไร มีขั้นตอนอย่างไร จัดเก็บข้อมูลด้วยลักษณะวิธีไหน วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลมีอย่างไร รวมทั้งจำนวนบุคลากร งบประมาณและระยะเวลาในการดำเนินการวิจัย
  5. การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นขั้นตอนที่ทำให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เป็นจริงและเชื่อถือได้ การเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย การคัดเลือก เทคนิคการรวบรวมข้อมูล ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลอาจทำได้หลายวิธี เช่น เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามการสัมภาษณ์การสังเกตเป็นต้น
  6. การวิเคราะห์และตีความข้อมูล หมายถึงขั้นที่นำข้อมูลดิบที่รวบรวมมาทำการวิเคราะห์แยกประเภทข้อมูล การลงรหัส การทำตารางแจกแจง การวิเคราะห์ในเชิงสถิติ การอนุมานความสัมพันธ์เป็นเหตุเป็นผลกัน
  7. การนำเสนอรายงานผลการวิจัย เป็นงานครั้งสุดท้ายที่เราจะต้องเสนอรายงานการวิจัยไปตามความเป็นจริง และตามข้อมูลที่ได้รับและวิเคราะห์ตีความหมายออกมาอย่างปราศจากอคติ พร้อมทั้งสรุปผลการวิจัยว่าได้ค้นพบอะไรบ้าง รวมทั้งข้อเสนอแนะที่ได้มาจากการวิจัย การเสนอผลรายงานการวิจัยนี้ อาจทำได้โดยการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร และจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม เพื่อเผยแพร่แก่ส่วนรวมและผู้สนใจทั่วไป