ค่านิยม ในการทำศัลยกรรมจมูก

By   February 5, 2017

ค่านิยมแปลกๆ ในการทำศัลยกรรมจมูก

การทำศัลยกรรมจมูก สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัยเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ส่วนใหญ่แล้วกลุ่มคนที่มักจะมีการทำศัลยกรรมจมูกมากที่สุดก็คือกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มสาวๆที่ทำงานด้านบันเทิงที่ต้องใช้รูปร่างหน้าตาเป็นเครื่องมือในการทำมาหากิน แต่สังคมไทยปัจจุบันนี้มักให้คำจำกัดความในเรื่องของการทำจมูกที่แปลกไป บางครั้งก็ไร้สาระเกินกว่าที่จะเอามาคิดได้ว่าจะทำกันไปเพื่ออะไร

สำหรับคนที่มีปัญหาจริงจังในเรื่องของรูปหน้านั้นถ้าจะทำก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกแต่สำหรับบางคนนั้นที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับใบหน้าเลย กลับต้องการอยากจะทำ เพียงเพราะว่าต้องการไม่ให้ตัวเองตกเทรนด์เท่านั้น เรียกได้ว่าสังคมไทยเริ่มมีการให้ความสำคัญกับเรื่องการทำศัลยกรรมมากเกินไป จนบางครั้งก็กลายเป็นค่านิยมที่แปลกๆ

สาวๆ ที่เลือกการทำศัลยกรรมจมูกส่วนใหญ่มีความเชื่อที่แปลกๆว่าจะต้องมีจมูกโด่ง ดั้งคมเท่านั้นจึงจะสามารถมีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานด้านบันเทิงหรือว่าเป็นดารา พริตตี้ ได้ตามสบาย ความจริงแล้วในการคัดเลือกสาวหน้าตาดีเข้าไปเพื่อที่จะทำงานในวงการบันเทิงนั้น เน้นเรื่องของรูปร่างหน้าตามากก็จริง แต่ว่าทุกอย่างบนใบหน้านั้นจะต้องดูสมส่วนและสวยงาม ไม่ได้ส่วนใดส่วนหนึ่งที่รู้สึกว่าแปลกตาไป

ซึ่งสาวๆบางคนที่ก้าวหน้าในเรื่องงานด้านความสวยความงามรูปร่างหน้าตานั้นๆไม่ได้มีคนที่ดั้งโด่งทั้งหมด บางคนก็ไม่ต้องทำศัลยกรรมเลยก็มี เพียงแต่ทุกอย่างบนใบหน้าดูลงตัวแบบที่ไม่ต้องทำเพิ่ม และบวกกับความสามารถในด้านการพูด และบุคลิกภาพที่ดูดี ก็ช่วยให้งานในด้านนี้ก้าวหน้าได้เช่นเดียวกัน สาววัยรุ่นส่วนใหญ่ที่กำลังจะเดินทางเข้าทำงานในด้านบันเทิงนี้ มักจะมีความต้องการทำศัลยกรรมจมูกกันทุกคน เพื่อให้จมูกตัวเองนั้นดูโดดเด่นขึ้นมาทั้งๆที่หน้าตาทุอย่างก็ดูสมส่วนดีอยู่แล้ว

และอีกหนึ่งมุมมองสำหรับค่านิยมของผู้ที่ไม่เคยทำศัลยกรรมจมูก หรือว่าต่อต้านในเรื่องของการทำศัลยกรรมจมูกว่าเป็นเรื่องที่ผิดธรรมชาติบ้าง เป็นเรื่องที่สังคมไม่ยอมรับบ้าง ซึ่งในสมัยนี้ค่อนข้างยังมีคนประเภทนี้อยู่แต่น้อย ไม่ว่าใครก็ตามที่มีการทำศัลยกรรมจมูกมา มักจะโดนติเตียนและไม่ได้รับการยอมรับ บางทีในเรื่องของความสวยงามบนใบหน้า ถ้ามีแบบโดดเด่นหรือมากกว่าใครๆก็อาจจะทำให้เรากลายเป็นตัวประหลาดในสังคมไปได้ ซึ่งค่านิยมแบบนี้เป็นค่านิยมที่แปลกมาก เพราะว่าในปัจจุบันสังคมไทยเปิดโอกาสในด้านการทำศัลยกรรมแบบเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น สังคมให้การยอมรับมากขึ้นว่าการทำศัลยกรรมจมูกนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิดธรรมชาติ

รีวิวทำจมูกสวยๆ

รีวิวเสริมจมูกค่ะ

สะดวกสบายเมื่อใช้กล้องวงจรปิด

By   February 4, 2017

สวัสดีคนรักความปลอดภัยจากการใช้กล้องวงจรปิดทุกท่านครับ ไม่ทราบว่าทุกท่านเชื่อไหมครับว่ากล้องวงจรปิดนั้นมีส่วนช่วยให้ชีวิตประจำวันของเรามีความสุขและความสะดวกสบายไม่น้อยทีเดียวผิดกับสมัยก่อนในสมัยที่ยังไม่มีกล้องวงจรปิดหรือยุคที่กล้องวงจรปิดยังไม่ได้รับความนิยมแพร่หลายเป็นอย่างมาก

แน่นอนครับว่าคนที่ไม่เคยมีโอกาสใช้กล้องวงจรปิดหรือยังไม่เห็นความจำเป็นของกล้องวงจรปิดอาจจะมองไม่เห็นความสะดวกสบายจากการใช้กล้องวงจรปิดผิดกับผู้ที่ได้มีโอกาสใช้กล้องวงจรปิดมาแล้วหรือกำลังใช้กล้องวงจรปิดอยู่จะรู้ได้ทันทีเลยว่ามันนั้นช่วยสร้างความสะดวกสบายให้กับชีวิตของเราได้ไม่น้อยเลยทีเดียวแต่ช่วยให้สะดวกสบายอย่างไรบ้างนั้นเราไปอ่านพร้อมๆ กันเลยครับ

กล้องวงจรปิด-samsung

สะดวกสบายเมื่อใช้กล้องวงจรปิด

ความสะดวกสบายประการแรกที่เราได้รับแน่ๆ จากการใช้กล้องวงจรปิดก็คือความสะดวกสบายในเรื่องของการเดินทางไปสถานที่นอกบ้านด้วยความสบายใจและไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับบ้านของเราบ้างเพราะเนื่องจากว่ากล้องวงจรปิดยุคใหม่สมัยนั้นมีระบบควบคุมระยะไกลที่ไม่ใช่แค่ไกลแบบธรรมดาๆ ที่มีข้อจำกัดแต่เป็นแบบไกลแบบไร้ขอบเขตเพราะใช้คลื่นสัญญาณผ่านอินเตอร์เน็ตดังนั้นเราจึงสามารถรีโมทดูภาพของเราจากกล้องวงจรปิดได้ทุกที่ ทุกเวลาตามที่ใจเราต้องการโดยที่ไม่ต้องมานั่งพะวงว่าบ้านตอนนี้จะเป็นอย่างไรแถมหากเจอเหตุที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นก็ยังสามารถใช้ปุ่มฉุกเฉินที่เป็นฟังค์ชั่นในกล้องวงจรปิดบางรุ่นเรียกตำรวจให้มาดูแลหรือตรวจสอบได้ทันท่วงทีอีกด้วยครับ

ความสะดวกสบายเรื่องต่อมาก็คือเรื่องของค่าใช้จ่ายเพราะหากเปรียบเทียบกันกับการจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยมาแล้วการลงทุนกับกล้องวงจรปิดนั้นเป็นการจ่ายเงินเพียงครั้งเดียวแล้วจบกันเลยครับไม่จำเป็นต้องคอยมาเตรียมเงินเพื่อจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานทุกเดือน แถมยังไม่ต้องคอยมานั่งถามกันทุกวันว่าเหตุการณ์เมื่อวานหรือเมื่อคืนเป็นอย่างไรบ้างเพราะส่วนใหญ่แล้วคำตอบที่เราได้รับจากพนักงานเหล่านี้ก็มักจะเป็น “เรียบร้อยดี” หรือไม่ก็ “ไม่มีปัญหา” แทบทั้งนั้นโดยที่เราเองไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็นอย่างที่พนักงานพูดหรือไม่เพราะเพียงแค่เราเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเอาไว้ก็จะทำให้เรารู้ได้ทันทีว่าช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นมีเหตุอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ทั้งสองเรื่องที่ยกมานี้เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของความสะดวกสบายจากการติดตั้งกล้องวงจรปิดเท่านั้นเองครับดังนั้นหากใครยังลังเลใจอยู่ว่าจะติดตั้งกล้องวงจรปิดดีหรือไผมแนะนำให้ติดครับรับรองได้ว่าชีวิตพวกคุณดีขึ้นอย่างแน่นอน

ศัลยกรรมทำแต่พอดีดีที่สุด

By   November 26, 2016

เรื่องของความสวยความงามต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ ครับเพราะอย่างที่เคยบอกเอาไว้ว่าหลายๆ ครั้งแล้วว่าคนเรานั้นจะดูดีหรือไม่ดีก็อยู่ที่สิ่งที่เห็นภายนอกเป็นอันดับแรกส่วนเรื่องอื่นๆ ค่อยว่ากันทีหลังครับ

ศัลยกรรมแต่พอดี

ผมเองก็ไม่ปฏิเสธนะครับกับคำกล่าว คำพังเพยสุภาษิตโบราณที่ว่าคนจะงามๆ น้ำใจใช่ใบหน้าแต่จะมีสักกี่คนล่ะครับที่เมื่อเจอกันปั๊บจะรู้ใจในทันทีอย่างน้อยก็ต้องคบกันไปสักพักจึงจะรู้จักนิสัยใจคอกันแต่สำหรับใบหน้านี้เพียงแค่เดินผ่านหรือเจอหน้ากันก็เห็นแล้วครับซึ่งถ้าหน้าตาโอแล้วการศึกษานิสัยใจคอจึงตามมาครับ

ศัลยกรรมทำแต่พอดีดีที่สุด

ดังนั้นการทำศัลยกรรมใบหน้าจึงต้องถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากในปัจจุบันเพราะในแต่ละวันในสังคมปัจจุบันนี้เราเองจำเป็นต้องพบปะกับผู้คนมากมาย ต้องมีการเข้าสังคมกับเพื่อนฝูงหรือลูกค้าซึ่งแน่นอนครับว่าการที่อยู่ในคนหมู่มากก็ย่อมต้องมีการเปรียบเทียบกันเป็นเรื่องธรรมดา

โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่าการทำศัลยกรรมนั้นไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใดครับเพียงแต่อยากจะเสนอว่าเราทำแค่ดูดีก็พอไม่จำเป็นต้องทำให้ดูหล่อเวอร์ สวยเวอร์ จนสามารถเข้าประกวดได้เพราะว่าทุกคนเมื่อถึงจุดๆ หนึ่งก็ย่อมต้องเหี่ยว ต้องแก่ ไปตามวัย ดังนั้นปล่อยให้ทุกส่วนเหี่ยวไปพร้อมๆ กันดีกว่าครับเพราะผมเองเห็นหลายคนทีเดียวที่ทำศัลยกรรมใบหน้าขั้นเทพจนหน้าตึงเป๊ะเวอร์และเมื่อแก่ตัวไปใบหน้าที่ทำศัลยกรรมมาก็ยังตึงอยู่แต่บริเวณลำคอลงไปกลับเหี่ยวย่น เหนียงยานไม่น่าดูชมเลยครับ

พื้นที่การวิจัยโดยแบ่งตามวิธีการในการเก็บรวบรวมข้อมูล

By   October 2, 2016

พื้นที่การวิจัยโดยแบ่งตามวิธีการในการเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. เก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยจากเอกสาร คือการวิจัยที่อาศัยหลักฐานจากเอกสาร หนังสือพิมพ์ เป็นหลักหรือเป็นการค้นคว้าในห้องสมุด หรือค้นคว้าจากผลงานของผู้อื่นที่เคยทำมาแล้วในอดีตแล้วจากความคิดเห็นของผู้อื่น เช่น นักวิชาการ นักวิจัย เป็นต้น
  2. การวิจัยโดยการสังเกต คือการวิจัยที่เราไปเฝ้าสังเกตดู โดยอาจไม่บอกให้บุคคลหรือชุมชนที่เรากำลังเฝ้าสังเกตรู้การวิจัยแบบนี้จึงเป็นการรวบรวมข้อมูลอย่างมีระบบ โดยใช้สายตาสังเกตปรากฏการณ์ในขณะที่เกิด ทำให้เราสามารถบันทึกเหตุการณ์หรือพฤติกรรมในขณะที่เกิดขึ้นได้
  3. การวิจัยโดยการสำมะโน คือการวิจัยที่เก็บข้อมูลจากประชากรทั้งหมดซึ่งแตกต่างไปจากการสำรวจ เพราะการสํามะโนเราจะถามประชากรทั้งหมด เช่น การสำมะโนประชากรของประเทศไทย การสำมะโนการเกษตร เป็นต้น
  4. การวิจัยแบบศึกษาสำรวจต่อเนื่อง คือการศึกษาวิจัยประชากรหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งถึงการเปลี่ยนแปลงตามระยะเวลาที่เปลี่ยนไป โดยการสำรวจประชากรหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ถูกเลือกเป็นตัวอย่างเป็นระยะระยะไป การสำรวจวิจัยแบบนี้ใช้ระยะเวลายาวนานมาก และยากแก่การติดตามบุคคลที่เรานำมาใช้เป็นตัวอย่างสำหรับการศึกษาวิจัย
  5. การวิจัยศึกษาเฉพาะกรณี คือการศึกษาประชากรหรือกลุ่มตัวอย่างในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยอาจจะศึกษาเฉพาะระยะเวลาหนึ่งหรือตลอดช่วงชีวิตของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล วัตถุประสงค์ของการวิจัยแบบนี้จึงเป็นไปเพื่อการอธิบายหน่วยที่ศึกษามากกว่าที่จะทดสอบแบบสมมุติฐาน เพราะเป็นการศึกษาอย่างละเอียดเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงต่างๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบันที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือสัมพันธ์กับชีวิตและพฤติกรรมของเรื่องหรือบุคคลที่เราทำการศึกษา
  6. การวิจัยแบบสำรวจ คือการศึกษาวิจัยสภาพสังคมโดยการสุ่มตัวอย่างของประชากรในกลุ่ม ไม่ใช้ศึกษาประชากรทั้งหมด โดยถือว่าตัวอย่างที่ได้มาเป็นตัวแทนที่แท้จริงของประชากร คือการสุ่มตัวอย่างด้วยวิธี random  โดยให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสที่จะถูกเลือกเข้ามาเป็นตัวอย่างเท่าเท่ากัน วิจัยแบบสำรวจนี้เป็นวิธีที่ประหยัดเวลา กำลังเงินและคน และได้ผลแม่นยำเชื่อถือได้พอสมควร สิ่งสำคัญก็คือจะต้องให้ได้จำนวนตัวอย่างมากพอสมควร เพราะถ้าน้อยเกินไปก็อาจไม่แม่นยำ อย่างไรก็ตาม หากมากเกินไปก็อาจจะกลายเป็นสำมะโนไป
  7. การวิจัยแบบทดลอง คือการศึกษาวิจัยที่ผู้ศึกษาวิจัยเข้าควบคุมโดยตรงต่อตัวแปรอิสระอย่างน้อย 1 ตัว แล้วทำการสังเกตตัวแปรตาม หรือการผันแปรอันเนื่องมาจากการควบคุมตัวแปรอิสระ การวิจัยแบบทดลองนี้จะมีการจัดกลุ่มเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยมีการทดสอบกลุ่มทั้งสองก่อนที่จะนำองค์ประกอบมาทดลอง

ประโยชน์ของการวิจัย

By   September 23, 2016

ประโยชน์ของการวิจัย

การวิจัยย่อมมีประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าและปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก ผลของการวิจัยย่อมมีทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติซึ่งนับว่ามีคุณประโยชน์อย่างยิ่ง ดังนี้คือ

  1. การวิจัยส่งเสริมความรู้และวิทยาการช่วยทำให้เกิดความรู้ใหม่ๆ นับว่าเป็นการเพิ่มภูมิวิทยาการให้กว้างขวางก้าวหน้ายิ่งขึ้นช่วยให้ได้รับความรู้ในสิ่งที่เรายังไม่รู้ และสิ่งใดที่รู้อยู่แล้วก็ทำให้รู้และเข้าใจดียิ่งขึ้น แล้วนำเอาความรู้เหล่านั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อไป
  2. ช่วยในการแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างถูกต้องและยุติธรรม ในสังคมเหลี่ยมมีปัญหาต่างๆนานับประการ การวิจัยช่วยให้เราทราบว่า สาเหตุปัญหาเหล่านั้นคืออะไร มีวิธีการแก้ไขอย่างไร เพื่อนำมาใช้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
  3. ช่วยในการกำหนดนโยบายและวางแผนได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ประหยัด ในการกำหนดนโยบายขององค์การหน่วยงานต่างๆนั้น ย่อมจำเป็นที่จะต้องอาศัยข้อเสนอแนะต่างๆที่ได้จากการวิจัยเพื่อสามารถกำหนดเป็นนโยบายที่เหมาะสมและยึดถือปฏิบัติได้
  4. ช่วยให้ฝ่ายบริหารและนักปฏิบัติการสามารถติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของตนให้ได้ผลดียิ่งขึ้น
  5. สามารถอาศัยความรู้ที่วิจัยได้ไปใช้ในการปฏิบัติโดยทั่วไป ถ้ารู้จักใช้อย่างเหมาะสม นอกจากนั้นวิธีการวิจัยนี้ ไปใช้ในการวิเคราะห์ปัญหา และวินิจฉัยสั่งงานตามปกติโดยทั่วไปได้ด้วย
  6. ช่วยให้ทราบถึงข้อบกพร่องจุดอ่อน และแนวทางการแก้ไขในงานต่างๆที่ทำการวิจัยนั้น

ประโยชน์ของการวิจัย

ขั้นตอนที่สำคัญของการวิจัย

การวิจัยเป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นจะต้องมีการวางแผนขั้นตอนและกระบวนการในการดำเนินงานอย่างถูกวิธีและรัดกุม ซึ่งแต่ละขั้นตอนจะต้องมีวิธีการปฏิบัติในรายละเอียด และมีความรู้เรื่องนั้นๆเป็นอย่างดี โดยทั่วไปขั้นตอนที่สำคัญในการดำเนินการวิจัยมีดังนี้

  1. เลือกหัวข้อที่จะทำการวิจัย การเลือกหัวข้อวิจัยอาจเกิดจาก ความอยากรู้ อยากศึกษา ความนึกคิด การฟัง การอ่าน การสนทนา หรือการสังเกตในสภาพแวดล้อมทั่วทั่วไป อย่างไรก็ตาม หัวข้อที่จะทำการวิจัยควรจะต้องมีประโยชน์และอยู่ในความสามารถของผู้วิจัยที่จะดำเนินการได้
  2. กำหนดประเด็นหรือมีการกำหนดปัญหาในการวิจัย เมื่อผ่านงานขั้นแรกมาแล้วงานขั้นต่อไปก็คือ การกำหนดประเด็นปัญหาที่เราจะทำการวิจัย ซึ่งนับว่าเป็นงานที่มีความสำคัญยิ่งในกระบวนการวิจัย เพราะจะช่วยให้เราสามารถมองเห็นปัญหาและกำหนดปัญหาในการวิจัยได้เด่นชัดและถูกต้องแน่นอนยิ่งขึ้น
  3. การตั้งสมมติฐาน เป็นงานขั้นต่อมาซึ่งจะต้องอาศัยความรู้ความสนใจ ประสบการณ์ของเราในการตั้งสมมติฐานขึ้นซึ่งสมมติฐานนี้อาจจะเป็นจริงตามที่เราตั้งไว้หรืออาจไม่จริงเหมือนที่เราตั้งก็ได้ เพราะเป็นเพียงข้อสมมติฐานที่เราคาดหวังเอาไว้หรือเป็นเพียงข้อเสนอเงื่อนไขหรือหลักการที่เราสมมติขึ้น เพื่อหาความสัมพันธ์ที่เป็นเหตุผลกัน เพื่อทดสอบกับข้อเท็จจริง
  4. การออกแบบวิจัย ขั้นตอนนี้คือการวางแผนว่าเราจะดำเนินงานการวิจัยอย่างไร มีขั้นตอนอย่างไร จัดเก็บข้อมูลด้วยลักษณะวิธีไหน วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลมีอย่างไร รวมทั้งจำนวนบุคลากร งบประมาณและระยะเวลาในการดำเนินการวิจัย
  5. การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นขั้นตอนที่ทำให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เป็นจริงและเชื่อถือได้ การเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย การคัดเลือก เทคนิคการรวบรวมข้อมูล ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลอาจทำได้หลายวิธี เช่น เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามการสัมภาษณ์การสังเกตเป็นต้น
  6. การวิเคราะห์และตีความข้อมูล หมายถึงขั้นที่นำข้อมูลดิบที่รวบรวมมาทำการวิเคราะห์แยกประเภทข้อมูล การลงรหัส การทำตารางแจกแจง การวิเคราะห์ในเชิงสถิติ การอนุมานความสัมพันธ์เป็นเหตุเป็นผลกัน
  7. การนำเสนอรายงานผลการวิจัย เป็นงานครั้งสุดท้ายที่เราจะต้องเสนอรายงานการวิจัยไปตามความเป็นจริง และตามข้อมูลที่ได้รับและวิเคราะห์ตีความหมายออกมาอย่างปราศจากอคติ พร้อมทั้งสรุปผลการวิจัยว่าได้ค้นพบอะไรบ้าง รวมทั้งข้อเสนอแนะที่ได้มาจากการวิจัย การเสนอผลรายงานการวิจัยนี้ อาจทำได้โดยการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร และจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม เพื่อเผยแพร่แก่ส่วนรวมและผู้สนใจทั่วไป

สุขภาพดี มีได้ทุกวัน กับน้ำดีท็อกซ์

By   August 25, 2016

สุขภาพดี มีได้ทุกวัน กับน้ำดีท็อกซ์

กระแสการดีท็อกซ์ หรือการขับพิษออกจากร่างกายนั้น เริ่มได้รับความนิยมจากผู้ที่รักสุขภาพยิ่งขึ้น ซึ่งการดีท็อกซ์นั้นส่งผลให้สุขภาพดีขึ้นในหลายด้าน ช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย แถมยังช่วยทำให้ผิวพรรณสดใส น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว วันนี้เรามีเคล็ดลับสำหรับการทำดีท็อกซ์ด้วยตัวเองที่บ้าน มาฝากกัน

น้ำดีท็อกซ์

  • วิธีดื่มน้ำดีท็อกซ์ โดยให้เลือกวันที่เหมาะสม 1 วันต่อสัปดาห์ จากนั้นให้ดื่มน้ำดี ท็อกซ์แทนอาหารมื้อเช้า กลางวัน และมื้อเย็น ถ้าจะให้ได้ผลดีควรมีการดื่มน้ำผลไม้คั้นหรือปั่นแบบสด ๆ ไปด้วย และในระหว่างวันนั้น ต้องระวังไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ โดยการดื่มน้ำผลไม้ และชาสมุนไพรร่วมไปด้วย
  • วิธีทำน้ำดีท็อกซ์ คุณสามารถเลือกผักผลไม้แบบที่คุณชอบ เพื่อทำน้ำดีท็อกซ์ได้เลย แต่ส่วนประกอบหลักที่ขาดไม่ได้คือ แอปเปิล กับแครอท แล้วสามารถเพิ่มผัก อื่น ๆ ลงไปได้ด้วย เช่น ผักขม กล้วย อะโวคาโด แตงกวา ขึ้นฉ่าย แตงโม ผสมเข้าไปด้วยกันทดลองทำหลาย ๆ แบบ เลือกแบบที่คุณชอบมากที่สุด แต่รับรองว่าผลไม้และผักเหล่านี้ มีวิตามินแร่ธาตุ และสารอาหารต่าง ๆ ที่ดีต่อสุขภาพแบบจัดเต็มทีเดียว
  • ห้ามทานอาหาร สิ่งที่ต้องระลึกไว้เสมอคือ วันที่ทำการดีท็อกซ์นั้น ถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะเราต้องการขับของเสียออกจากร่างกาย ดังนั้นจึงควรงดเว้น อาหาร และเครื่องดื่มชนิดอื่น เช่น เครื่องดื่มประเภทที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน นมหรือขนมต่าง ๆ มิฉะนั้นแล้ว อาจจะไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
  • ผลอันน่าทึ่ง หากได้ทำการดีท็อกซ์ และปฏิบัติตัวเคร่งครัดแล้วละก็ วันต่อมาคุณจะเห็นผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์คือ ร่างกายสะอาดมากขึ้น รู้สึกตัวเบาสบาย มีพลัง กระปรี้กระเปร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แถมที่สำคัญยังไม่ต้องอาศัยการกระตุ้นจากคาเฟอีนอีกด้วย
  • ทำไมต้องดื่มน้ำดีท็อกซ์ เมื่อเราเอ่ยถึงน้ำดีท็อกซ์แล้วละก็ ทำให้หลาย ๆ คนต้องเบือนหน้าหนี เพราะส่วนผสมหลักของมันคือน้ำผักกับผลไม้ที่นำมาผสมกัน รสชาติไม่น่าชวนดื่มเอาเสียเลย แต่หากคุณลองเปิดใจดื่มน้ำดีท็อกซ์ดูซักครั้ง จะต้องติดใจอย่างแน่นอน ถึงแม้รสชาติจะไม่ค่อยอร่อยสักเท่าไหร่ แต่ด้วยสารอาหารที่มากมาย ซึ่งประกอบด้วยวิตามินและเกลือแร่ จะช่วยกระตุ้นระบบการทำงานของร่างกาย ทำให้ร่างกายเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง รู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นพลังงานสารอาหารธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยทำให้เราเลิกดื่มกาแฟได้อย่างถาวร แถมยังช่วยลดความอยากอาหารขยะลงได้ มันจึงช่วยปรับปรุงสุขภาพให้ดีขึ้นได้

 การดีท็อกซ์ร่างกายนั้นให้ผลดีต่อร่างกายอย่างมากมาย เพราะมันช่วยขจัดสารพิษที่ถูกสะสมไว้ในร่างกาย หากถูกสะสมไว้เป็นระยะเวลานานอาจนำไปสู่โรคร้ายได้ หากทำการ        ดีท็อกซ์ร่างกายอย่างเป็นประจำ ร่างกายจะสะอาด มีพลัง สดใสอยู่ตลอดเวลา